โดยเมื่อปี พ.ศ. 2558 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึงเป็นการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร เช่น การบริหารความเสี่ยง การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนานวัตกรรม ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงจัดทำดัชนี SETTHSI ขึ้น เพื่อเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด
กลุ่มที่ 1 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท
ADVANC AOT BANPU BAY BBL BDMS BEM BH
BJC CPALL CPF CPN DTAC EA EGCO GLOW GPSC GULF HMPRO INTUCH IRPC IVL KBANK KTB LH MINT PTT PTTEP PTTGC SCB SCC TMB TOP TRUE
กลุ่มที่ 2 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000 - 100,000 ล้านบาท
BA BCH BCP BCPG BEAUTY BGRIM BKI BLA BLAND BPP BTS CBG CENTEL CK DELTA EPG ESSO GLOBAL HANA JAS KCE KKP KTC LHBANK M MBK MEGA MTLS ORI PSH PTG QH RAM RATCH ROBINS SAWAD SCCC SIRI SPALI SPI SPRC STEC SUPER TASCO TCAP TFMAMA THAI TISCO TPIPL TPIPP TTW TU VGI VIBHA WHA WHAUP WORK
กลุ่มที่ 3 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 10,000 - 30,000 ล้านบาท
AAV AEONTS AH ALUCON AMATA ANAN AP BAFS BEC BIG CCET CGD CHG CKP CMR COL COM7 DCC DDD EASTW ERW GFPT GGC GLAND GOLD GUNKUL ICC ICHI ITD JMART JMT JWD KSL KTIS KYE LPN MAJOR MALEE MBKET MC MONO OHTL OISHI PB PCSGH PLANB PLAT PRM PSL PTL ROJNA RS S SAMART SC SF SGP SNP SPC SPCG STA STANLY SUC SYNEX TCB TCCC TFG THANI THCOM THG TICON TIP TKN TR TTA TVO U UNIQ UV VNG VNT
กลุ่มที่ 4 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 3,000 - 10,000 ล้านบาท
A AHC AIT AJ ALT AMARIN AMATAV AQUA ASAP ASEFA ASIAN ASK ASP AYUD BAT-3K BFIT BJCHI BR BRR BWG CGH CNT CSL CSS CTW DEMCO DRT DTC ECL EKH EPCO ESTAR FN FORTH GJS GRAMMY GRAND GYT HFT HTC HUMAN IHL III ILINK IRC KAMART KBS KCAR KGI LALIN LANNA LOXLEY LPH LRH LST LTX M-CHAI MACO MCOT MCS METCO MILL MK MODERN MTI NNCL NOBLE NOK NTV NYT PAP PDI PF PM PREB PYLON RCL RJH RML RSP S & J S11 SABINA SAMTEL SAPPE SAT SAUCE SCG SCI SCN SEAFCO SENA SFP SHANG SINGER SITHAI SKN SKR SMIT SMPC SNC SPG SQ SRICHA SST STPI SUSCO SVI SYMC SYNTEC TFD TGCI THE THRE THREL TIPCO TK TKS TLUXE TMD TMT TNR TOG TPBI TRC TSC TSTH TTCL TWPC UTP UVAN VIH WACOAL WICE
กลุ่มที่ 5 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 3,000 ล้านบาท
ACC AEC AFC AKR ALLA AMANAH AMC APEX APURE AS ASIA ASIMAR B BROCK BSBM BTNC CCP CEN CFRESH CHARAN CHOTI CI CITY CM CPH CPI CPL CPT CRANE CSC CSP CSR CWT DCON DIGI DTCI EASON EE EIC EMC EVER F&D FANCY FE FER FMT FNS FSS FTE GBX GC GEL GENCO GIFT GPI GREEN HTECH IFS INET INGRS INSURE IT J JCT JTS JUTHA KDH KKC KWC KWG L&E LEE LHK MANRIN MATCH MATI MAX MDX MFC MFEC MIDA MJD ML MSC NC NCH NEP NEW NKI NSI NWR OCC OGC PAF PATO PDJ PERM PG PK PL PLE PMTA POST PPP PRAKIT PRECHA PRIN PT RCI RICHY ROCK RPC RPH SAM SAMCO SAWANG SCP SDC SE-ED SIAM SIS SKE SLP SMM SMT SOLAR SORKON SPORT SPPT SSF SSSC SUTHA SVOA TAE TBSP TC TCC TCMC TCOAT TEAM TGPRO TH THIP TIC TIW TKT TNITY TNL TNPC TOPP TPA TPCORP TPOLY TPP TRITN TRU TRUBB TSI TSR TSTE TTI TTTM TVI TWP TWZ TYCN UMI UOBKH UP UPF UPOIC UT VARO VPO WAVE WG WIIK WIN WPH ZMICO
รายชื่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
2S ABICO ACAP ADB AF AGE AIRA AKP AMA APCO ARIP ARROW ASN ATP30 AU AUCT BGT BIZ BKD BM BOL BROOK BSM BTW CHEWA CHO CHOW CMO COLOR COMAN CPR CRD D DCORP DIMET ECF ETE FLOYD FOCUS FPI FSMART FVC GCAP GTB HARN HOTPOT HPT HYDRO ICN IRCP ITEL JKN JSP JUBILE K KASET KCM KIAT KOOL LDC LIT MBAX MGT MM MOONG MPG NCL NDR NETBAY NEWS NINE NPK NVD OCEAN OTO PDG PHOL PICO PIMO PJW PLANET PORT PPS PSTC QLT QTC RP RWI SALEE SANKO SE SEAOIL SELIC SGF SIMAT SKY SMART SPA SPVI SR SSP SUN SWC T TACC TAKUNI TAPAC THANA THMUI TITLE TM TMC TMI TMILL TMW TNDT TNH TNP TPAC TPCH TRT TSE TSF TVD TVT UAC UEC UKEM UPA UREKA UWC VCOM VTE WINNER XO YUASA ZIGA
หมายเหตุ:
รายชื่อบริษัทจดทะเบียนข้างต้นเป็นรายชื่อที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น โดยจัดกลุ่มจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ สิ้นปี 2560
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงรายชื่อข้างต้น หากมีข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
Reference :
https://www.set.or.th/sustainable_dev/th/sr/sri/files/thsi2018_list_th.pdf
https://www.set.or.th/th/products/index/SETTHSI.html
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เบื้องต้นเกี่่ยวกับหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เบื้องต้นเกี่่ยวกับหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
31 สิงหาคม 2561
16 พฤษภาคม 2560
13 นิสัยที่คนรวย (แบบสร้างเนื้อสร้างตัวเอง) มีเหมือน ๆ กัน
คัดลอกมาจาก https://thailandinvestmentforum.com/2016/03/21/13habits_of_rich/
คนธรรมดา ๆ ที่ใช้สมองและสองมือ และสร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็น “คนรวย” ได้เองนั้น เค้ามีคุณสมบัติหรือทัศนคติที่เหมือนกันอย่างไร ? คำถามนี้น่าสนใจ เพราะคนธรรมดาอย่างเรา ๆ จะได้นำมาปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางความสำเร็จตามไปได้ อย่างน้อยก็ใกล้ขึ้นอีก 1 ก้าว
Thomas C.Corley ผู้เขียนหนังสือ “Rich Habits: The Daily Success Habits of Wealthy Individuals” ได้ใช้เวลากว่า 5 ปีในการศึกษาทัศนคติคนรวยที่สร้างเนื้อสร้างตัวเอง (ไม่ได้ถูกหวยชุดใหญ่ ไม่ได้มีมรดกกองโต) จำนวนเกือบ 200 คน จึงค้นพบว่า มีคุณสมบัติร่วม 13 ประการที่คนรวยสร้างเอง มีเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือ
1. คนรวยสร้างเอง อ่านหนังสือเป็นประจำ | 88% ของคนรวย อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน และเป็นการอ่านเพิ่มความรู้เพื่อเอาไปใช้ต่อยอด ไม่ได้อ่านหนังสือหมวดบันเทิง
2. คนรวยสร้างเอง ออกกำลังกายเป็นประจำ | 76% ของคนรวย ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เพราะเขารู้ว่าการออกกำลังกายไม่ได้ดีต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สมองตื่นตัวอีกด้วย
3. คนรวยสร้างเอง เข้าสังคมกับคนแบบเดียวกัน | ซึ่งคนแบบเดียวกัน หมายถึง คนที่มีเป้าหมาย มองโลกด้านบวก มีความกระตือรือล้น … จะว่าพวกเขาเลือกคบก็ได้ แต่เพราะพวกเขารู้ว่าเวลามีจำกัด จะคบทุกคนทุกเวลาไม่ได้ แถมการคบคนที่คิดลบ ช่างนินทาแต่ไม่ลงมือทำ ก็กลับจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจ … และหากเราอยากจะอยู่ในสังคมคนรวยสร้างเอง จริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องรวยก่อนก็ได้ แค่เราต้องมีพื้นฐานทัศนติด้านบวก มีแนวคิดก้าวหน้า และมีความรู้จริง แบบนี้ใคร ๆ ก็อยากคุยด้วย อยากทำธุรกิจด้วย
4. คนรวยสร้างเอง พุ่งชนเป้าหมาย | คนที่มีเป้าหมาย และมุ่งหน้าเดินสู่เป้าหมายอย่างไม่ท้อ ล้มแล้วก็ลุก ต่อให้เดินไปได้ก้าวสองก้าวแล้วล้ม ก็ลุกมาเดินต่อ สุดท้ายจะก็ไปถึงเป้าหมายได้ และคนรวยสร้างเอง จะตั้งเป้าหมายส่วนตัว ไม่เอาชีวิตของคนอื่นมาลอกเป็นเป้าหมายของเขา
5. คนรวยสร้างเอง ตื่นเช้า | คนรวยเกือบ 50% มีเวลาตอนเช้ามืดอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำงานจริง (เช่น เริ่มงาน 8 โมง ก็ตื่นตี 5) เพราะตื่นเร็วกว่า ก็มีเวลาคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่า กลายเป็นว่าคนตื่นเช้า สามารถ “ควบคุม” ปัจจัยเวลาได้ ส่วนคนที่ตื่นสาย ทำอะไรช้า ก็จะถูกเวลาไล่กวดอยู่เสมอ
6. คนรวยสร้างเอง มีแหล่งรายได้หลายทาง | 65% ของคนรวย (ในกลุ่มที่ทำการศึกษา) ไม่ได้มีรายได้จากแหล่งเดียว แต่มีจาก 3 ช่องทางเป็นอย่างน้อย อย่างเช่น บ้านหรือคอนโดให้เช่า กำไรและเงินปันผลจากหุ้น และการร่วมหุ้นทำธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่โต ใช้เงินมากเกินตัว แต่สามารถค่อย ๆ ริเริ่มลองทำและต่อยอดขยับขยายไปเรื่อย ๆ
7. คนรวยสร้างเอง แสวงหาที่ปรึกษาของชีวิต (Mentors) | ซึ่ง Mentor ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอายุมากกว่ามาก ๆ แต่สามารถเป็นเพื่อนที่มีประสบการณ์ในบางด้านมากกว่า เคยทำบางอย่างสำเร็จมาก่อน และ Mentor ไม่ได้ช่วยพัฒนาชีวิตคนรวยในด้านธุรกิจหรือการเงินเท่านั้น ยังช่วยให้ชีวิตส่วนตัวมีความสุข ผ่านพ้นปัญหาหลายรูปแบบที่ยาก ๆ ได้ .. คือคนรวย จะไม่คิดเองทำเองด้วยตัวคนเดียว แต่ยินดีให้คนมาช่วยคิดช่วยแนะนำสิ่งดี ๆ อยู่เสมอ
8. คนรวยสร้างเอง คิดบวก | Corley (ผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้) ย้ำว่าการคิดบวกเป็นสุดยอดปัจจัยสู่คามสำเร็จของคนรวยสร้างเอง “ทุกคน” … ซึ่งปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ ไม่ค่อยจะสำรวจจิตใจตัวเอง ว่าเป็นคนคิดลบหรือคิดบวก ซึ่งคนรวยจะมีความรู้สึกตัวตนอยู่เสมอ ว่าไม่จะปล่อยให้ตัวเองตกลงไปในหลุมของการคิดลบ
9. คนรวยสร้างเอง ไม่เห่อตามกระแสมหาชน | แต่คนรวยจะสร้างกระแสของตัวเองขึ้นมา และชักชวนคนรอบข้างให้เดินตาม
10. คนรวยสร้างเอง มีมารยาทดี ทำตัวเหมาะสม | คนรวยรู้ว่าในโอกาสไหนควรทำอะไร เช่น ส่งจดหมายขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือ กล่าวแสดงความยินดีเมื่อเพื่อนประสบความสำเร็จ ร่วมโต๊ะอาหารอย่างสำรวม และแต่งตัวเหมาะสมไม่น้อยเกินและไม่มากเกิน (อะไรที่เกินพอดี คือ ไม่ดี) ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะเขารู้จักใจเขาใจเรา รู้ว่า “We are all humans” คือทุกคนมีชีวิตจิตใจ ต้องการกัลยาณมิตร และการจะให้คนอื่นรู้ว่าเราคือกัลยาณมิตร คือต้องแสดงออก ไม่ใช่แค่คิดในใจ … ลองคิดดูว่ามีคนแสดงให้เรารู้ ว่าเขารู้สึกดีกับเรา ขอบคุณเรา ชื่นชมเรา เราก็คงยินดีเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนคิดดีกับเราหมด แต่ไม่เคยบอก ไม่เคยแสดงออก เราจะไม่รู้แต่แรกเลยด้วยซ้ำ ว่าเรามีคนแบบนี้อยู่รอบตัว
11. คนรวยสร้างเอง ยินดีช่วยคนอื่นให้สำเร็จไปด้วย | ซึ่งคนรวยสร้างเอง ก็จะรู้จักเลือกช่วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่แบบเล่นพรรคเล่นพวกล้วน ๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัวขั้นรุนแรง แต่เพราะเขารู้ว่า ไม่สามารถช่วยทุกคนทุกเวลาได้ เพราะแบบนั้น ก็จะไม่มีเวลาไปช่วยคนที่มีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จ ผลงานโดยรวมก็จะออกมากลาง ๆ หรือต่ำ เพราะถ้าช่วยเหมาเข่ง คนเก่งก็จะได้รับเวลา/ทรัพยากรไม่มากพอ ส่วนคนที่กลาง ๆ เบ ๆ ต่อให้ช่วยมากเท่าไร เขาก็ไปได้แค่นั้น
12. คนรวยสร้างเอง ให้เวลากับตัวเองในการคิดใคร่ครวญ | คนรวยสร้างเอง จะใช้สมองคิดใคร่ครวญการงานต่าง ๆ เงียบ ๆ คนเดียว อย่างน้อย 15 นาทีทุกวัน ซึ่งเรื่องที่คิดไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงินทองธุรกิจล้วน ๆ แต่เขายังคิดเรื่องการวางแผนชีวิตโดยรวม และการดูแลสุขภาพเช่นกัน
13. คนรวยสร้างเอง ชอบฟังเสียงสะท้อนจากผู้คน | แม้แต่คนที่รวยแล้ว ก็ไม่ได้คิดถูกทำถูกทุกเรื่องทุกครั้ง และเขารู้ว่าถ้าไม่เปิดใจรับฟังความเห็นก็ไม่มีทางรู้ตัว (ได้อย่างทันท่วงที) ว่าอะไรกำลังผิดทาง อะไรที่คนไม่ชอบ … เขาจึงแสวงหาความเห็นจากคนรอบข้าง ทั้งเพื่อน คู่ค้า และลูกค้า แล้วถ้าฟังแล้วมีเหตุผลจริงก็ยอมรับ พร้อมกับเอามาปรับปรุงให้การงานต่าง ๆ กลับเข้าเส้นทางที่ถูกต้อง … ส่วนคนที่กลัวความเห็นจากคนอื่น ก็เสี่ยงมากที่จะล้มทั้งยืน เพราะไม่รู้ตัว/รู้ช้า ว่ากำลังเดินลงเหว (และส่วนใหญ่ก็จะเดินลงเหว — คนรวยก็สามารถหลงเดินไปเส้นทางที่พาไปลงเหวได้เช่นกัน แต่เค้ารับฟังเสียงเตือน ว่านั่นน่ะผิดทาง)
อย่างที่บอกไว้แต่แรก ว่าคนรวยสร้างเอง ก็เกิดมาเป็นคนธรรมดา แต่ด้วยทัศนคติที่ใช่ และการกระทำที่ใช่ (ผ่านการต่อสู้ฝ่าฟัน และปรับตัว) คนธรรมดาก็รวยได้ สำเร็จได้ … ด้วยตัวเอง
และถ้าเราเชื่อว่า ทัศนคติที่ใช่นั้น “สร้างได้” ไม่ต้องลุ้นให้มีติดตัวมาแต่เกิดแบบพรสวรรค์ … เราก็สามารถสร้างทัศนคติที่ใช่ของเราเองได้เช่นกัน
• เนื้อหาต้นทาง (เสริมประเด็นและอธิบายเพิ่มโดย TIF): businessinsider.com
• ภาพประกอบ: Ted.com (เป็นคลิปที่ Bill Gates และภรรยาไปพูดเรื่องการบริจาคเงินและลงแรงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม)
• ภาพประกอบ: Ted.com (เป็นคลิปที่ Bill Gates และภรรยาไปพูดเรื่องการบริจาคเงินและลงแรงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม)
24 ตุลาคม 2557
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นเพื่อนบ้านในอาเซียน (ปี 2006-2014)
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นฟิลิปปินส์ ค่อนข้างเทียบเคียงกันได้ (comform) ขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน ลงก็ลงด้วยกัน
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นอินโดนีเซีย คล้ายกับหุ้นฟิลิปปินส์ ค่อนข้างเทียบเคียงกันได้ (comform) ขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน ลงก็ลงด้วยกัน
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นเวียดนาม ยังเปรียบเทียบกันยากเนื่องจากข้อมูลยังน้อย แต่ถ้าดูจากกราฟ ยังไม่ไปด้วยกัน
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นมาเลเซีย ส่วใหญ่ก็เทียบเคียงกันได้ (comform) ขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน ลงก็ลงด้วย แต่ช่วงปี 2014 มีบางช่วงที่ขึ้นลงแบบตรงข้ามกัน
หุ้นไทย เทียบกับ หุ้นสิงคโปร์ ส่วนใหญ่ค่อนข้างเทียบเคียงกันได้ (comform) ขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน ลงก็ลงด้วยกัน แต่หุ้นไทยมีความผันผวนมากกว่า
สรุป
หุ้นไทย หุ้นฟิลิปปินส์ หุ้นอินโดนีเซีย หรือประเทศในกลุ่ม TIP มีความละม้ายคล้ายคลึงกันมากที่สุด แทบจะเป็นเส้นเดียวกัน
จากกราฟ ผมคิดว่าปัจจัยภายในอย่างเช่น การเมืองในบ้านเรา มีผลบ้างแต่ไม่มาก impact น่าจะมาจากปัจจัยภายนอกประเทศมากกว่า เช่น เศรษฐกิจระหว่างประเทศ
และ กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ
15 เมษายน 2557
บริษัทดี ไม่ดี ดูจากอะไร โดย stocktutors
หุ้นตัวนี้ซื้อหรือ ถือยาวได้หรือไม่ มักเป็นคำถามยอดฮิตของนักลงทุนทั่วๆไป หุ้นซึ่งเป็นตัวแทนของ บริษัทมหาชนที่นำเงินของนักลงทุนไปลงทุนในระบบเศรษฐกิจนั้น เราสามารถแยกแยะบริษัทที่ดีได้ด้วยลักษณะทางปริมาณและคุณภาพได้ นอกจากนั้นยังหาปัจจัยคุณสมบัติที่ทำให้บริษัทนั้นได้เปรียบได้
บทความมีขนาดยาวเพราะด้วยหัวข้อจำนวนมาก และส่วนมากเป็นศิลป์มากกว่าศาสตร์ที่ต้องใช้บรรยายความ ถ้าไม่คุ้นเคยกับตัวหนังสือเยอะก็ดูแต่รูปด้านล่าง แล้วเอาไปนึกดูตอนอาบน้ำ ทานข้าวก็ได้ว่าหมายความถึงอะไร แม้จะอ่านข้อความทั้งหมดก็ยังต้องนำไปต่อยอดฝึกประสบการณ์เพิ่มเติม ส่วนที่เป็นศิลป์ตีความได้หลายแง่ แม้จะมีกรอบกำหนด
บริษัทที่ดี ราคาอาจไม่น่าสนใจ ก็จะทำให้หุ้นนั้นยังไม่ดีได้ บริษัทที่ดีและราคาที่ดีจึงจะหมายถึงหุ้นที่ดีได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงส่วนแรกคือ บริษัทที่ดี ส่วนราคาที่ดีจะไม่กล่าวถึง
บริษัทที่ดีแต่ราคาไม่น่าสนใจ สิ่งที่นักลงทุนทำได้คือเฝ้าติดตาม จนราคาน่าสนใจซึ่งจะต่างจากการ
หาหุ้นที่ราคาน่าสนใจ แต่อาจไม่ดี จะซื้อของที่ถูกแต่ไม่ดีมาหวังให้กลายเป็นบริษัทดีก็คงไม่ดีแน่
แต่หลักการ หุ้นดี=บริษัทดี+ราคาดี ก็จะใช้ได้เสมอ
ในหุ้นกลุ่มวัฏจักรที่ราคาวิ่งขึ้นตามราคา commodity เป็นลักษณะราคาดี คือถูกทุ่มลงมาข้างล่างหนักมาก แต่บริษัทไม่ได้ดีจริง คือถ้าถูกลากขึ้นสูงยังก็ต้องกลับสูสามัญ
เราจะไม่เรียกบริษัท commodity ว่าเป็นบริษัทดี เป็นแค่บริษัทพื้นๆ เป็นสาเหตุของดอยมากมาย
การเล่นหุ้นกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้เทคนิคเข้าช่วยเช่น MACD จึงจะปลอดภัย ซึ่งบางครั้งกำไรได้ดีกว่าบริษัทดีทำได้ แต่การเล่นหุ้นดีดูจะทำให้คนซื้อนอนหลับสบายมากกว่าที่ไม่ต้องมากังวลว่าวัฎจักร commodity จะจบเมื่อไหร่ ซึ่งแน่นอนไม่มีใครโทรบอกนอกจากจะทุบลงมาแล้ว จึงรู้ตัว
การแยกแยะบริษัทที่ดีออกจากบริษัทธรรมดาได้ ถือว่าการลงทุนใกล้ความสำเร็จแล้วเกินครึ่งทาง Value investment ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง บางทีแค่แยกบริษัทที่ดี แล้วซื้อราคาปกติไม่ต้องถูกมากนัก ก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว
ลักษณะที่ดีทางปริมาณ
บทความมีขนาดยาวเพราะด้วยหัวข้อจำนวนมาก และส่วนมากเป็นศิลป์มากกว่าศาสตร์ที่ต้องใช้บรรยายความ ถ้าไม่คุ้นเคยกับตัวหนังสือเยอะก็ดูแต่รูปด้านล่าง แล้วเอาไปนึกดูตอนอาบน้ำ ทานข้าวก็ได้ว่าหมายความถึงอะไร แม้จะอ่านข้อความทั้งหมดก็ยังต้องนำไปต่อยอดฝึกประสบการณ์เพิ่มเติม ส่วนที่เป็นศิลป์ตีความได้หลายแง่ แม้จะมีกรอบกำหนด
บริษัทที่ดี ราคาอาจไม่น่าสนใจ ก็จะทำให้หุ้นนั้นยังไม่ดีได้ บริษัทที่ดีและราคาที่ดีจึงจะหมายถึงหุ้นที่ดีได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงส่วนแรกคือ บริษัทที่ดี ส่วนราคาที่ดีจะไม่กล่าวถึง
บริษัทที่ดีแต่ราคาไม่น่าสนใจ สิ่งที่นักลงทุนทำได้คือเฝ้าติดตาม จนราคาน่าสนใจซึ่งจะต่างจากการ
หาหุ้นที่ราคาน่าสนใจ แต่อาจไม่ดี จะซื้อของที่ถูกแต่ไม่ดีมาหวังให้กลายเป็นบริษัทดีก็คงไม่ดีแน่
แต่หลักการ หุ้นดี=บริษัทดี+ราคาดี ก็จะใช้ได้เสมอ
ในหุ้นกลุ่มวัฏจักรที่ราคาวิ่งขึ้นตามราคา commodity เป็นลักษณะราคาดี คือถูกทุ่มลงมาข้างล่างหนักมาก แต่บริษัทไม่ได้ดีจริง คือถ้าถูกลากขึ้นสูงยังก็ต้องกลับสูสามัญ
เราจะไม่เรียกบริษัท commodity ว่าเป็นบริษัทดี เป็นแค่บริษัทพื้นๆ เป็นสาเหตุของดอยมากมาย
การเล่นหุ้นกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้เทคนิคเข้าช่วยเช่น MACD จึงจะปลอดภัย ซึ่งบางครั้งกำไรได้ดีกว่าบริษัทดีทำได้ แต่การเล่นหุ้นดีดูจะทำให้คนซื้อนอนหลับสบายมากกว่าที่ไม่ต้องมากังวลว่าวัฎจักร commodity จะจบเมื่อไหร่ ซึ่งแน่นอนไม่มีใครโทรบอกนอกจากจะทุบลงมาแล้ว จึงรู้ตัว
การแยกแยะบริษัทที่ดีออกจากบริษัทธรรมดาได้ ถือว่าการลงทุนใกล้ความสำเร็จแล้วเกินครึ่งทาง Value investment ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง บางทีแค่แยกบริษัทที่ดี แล้วซื้อราคาปกติไม่ต้องถูกมากนัก ก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว
ลักษณะที่ดีทางปริมาณ
- Earning เติบโตอย่างต่อเนื่องแบบคาดเดาได้ Earning หรือ Profit หรือ กำไรที่บริษัททำได้ในแต่ละปีหรือไตรมาส ต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีลดลงบ้าง แต่ก็อยู่ในทิศเพิ่มขึ้น ตามรูป และส่วนที่สำคัญคือ ต้องเป็นลักษณะที่เพิ่มสม่ำเสมอแบบคาดเดาได้จะบ่งบอกถึงบริษัทมีความมั่นคงทางรายได้ตามกำไรไปด้วย บริษัทมีความแข็งแกร่งทั้งการเพิ่มรายได้ และกำไรได้ต่อเนื่อง บริษัทได้มุ่งเน้นต่อธุรกิจที่ทำอยู่ให้ขยายได้ตามความสามารถของธรุกิจ และเป็นเรื่องดีที่นักลงทุนจะคำนวณกำไรคาดหวังในอนาคตได้ง่ายดาย นักลงทุนจะสบายใจกว่ากับบริษัทที่โตต่อเนื่อง 20% ไปได้หลายปี ดีกว่าบริษัทที่ บางปีโต 5% บางปีโต 30% แล้วก็ลดกลับลงมา 2%
- Profit margin อยู่ในระดับสูง บริษัทที่ดี จะมีอำนาจต่อรองเรื่อง ราคากับ supplier และลูกค้าในระดับที่ควบคุมได้ในขณะที่บริษัทกำลังขยายตัว บริษัทที่ต้องการขยายกิจการอย่างรวดเร็วในบางกรณีอาจต้องใช้กลยุทธด้านราคาเพื่อแข่งขัน หรือไม่มีอำนาจควบคุม margin ในกรณีบริษัท commodity ที่ราคาซื้อขายสินค้าขึ้นกับตลาดล่วงหน้า เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ปิโตร ค่าระวางเรือ ยางพารา เป็นต้น คุณภาพของสินค้าบริการจะอยู่ในคุณภาพที่ดีและสามารถทำกำไรขั้นต้น(Gross margin), กำไรสุทธิ(Net margin) ได้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ในรูปจะเป็นกำไรสุทธิซึ่งเป็นผลรวมของการดำเนินงาน บางบริษัทกำไรขั้นต้นสูง แต่ กำไรสุทธิแกว่งตัวขึ้นลง เพราะจำเป็นต้องใช้ promotion ส่งเสริมการขายจำนวนมาก
- Debt อยู่ในระดับต่ำ บริษัทที่เติบโตมักต้องการเงินทุนทั้งที่อยู่ในรูปแบบ เงินกู้ หุ้นเพิ่มทุน อยู่สม่ำเสมอ ถ้าการขยายสินทรัพย์จำเป็นต้องใช้ หนี้สินในอัตราที่มากเมื่อเทียบกับส่วนผู้ถือหุ้น การขยายตัวในท้ายที่สุดจะพบว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะมากกว่ากำไรที่ทำได้ ซึ่งจะมีผลกระทบ credit ความน่าเชื่อถือเมื่อจะต้องการเงินทุนเพิ่ม คงไม่ดีแน่ถ้าคนที่ยืมเงินเรามีหนี้สินมากจนรายได้จ่ายไม่ทัน บริษัทที่มีหนี้สินในระดับสูง D/E จะสูง อัตราส่วนสภาพคล่องจะต่ำกว่า 1 มีพฤติกรรมเพิ่มทุนบ่อยครั้งไม่สิ้นสุด ไม่สามารถเอากำไรมาลงทุนขยายงานได้
- Industry Trend อุตสาหกรรมหมายถึงบริษัทอื่นๆที่ผลิตสินค้าและบริการคล้ายคลึงกัน ได้รับผลประโยชน์จากความต้องการ(Demand) เพิ่มขึ้นจนบริษัทใดบริษัทหนึ่ง(Supply)จะดูดซับได้ทัน ให้นึกถึงการเข้าแถวขึ้นลงบันไดเลื่อน จำนวนขึ้นถ้ามากถึงระดับนึง การเพิ่มบันไดเลื่อนจะเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งนี้ใน Sector ของ SET บางกลุ่มได้รวมบริษัทที่ไม่คล้ายกันมารวมไว้ด้วยกัน จำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดเจน เช่น Prop ได้รวมบริษัทสร้างบ้านขาย และกลุ่มรับเหมาเข้าไว้ด้วยกัน ถ้ากลุ่มรับเหมาที่มีประเด็นพรบ. 2.2 ล้าน จะได้ประโยชน์ในชั้นต้น บริษัทสร้างบ้านขายอาจไม่ได้ผลประโยชน์มาก เหมือนกลุ่มรับเหมา การพิจารณาว่า Trend อุตสาหกรรมไหนจะมาอาจติดตามได้จากข่าวทั่วๆไป หรืองบการเงินของบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายๆกัน ว่าเติบโตดีเหมือนกันหรือไม่
- Market Share บริษัที่เป็นผู้นำตลาดเมื่อมีความต้องการจำนวนมากมักจะได้ประโยชน์จำนวนมากก่อนจะหลงเหลือไปให้ ผู้ตามในอันดับถัดมา เพราะความเหนือกว่าในด้านช่องทางจำหน่าย ราคาต่อหน่วย ต้นทุน มักได้เปรียบเสมอ
- CEO Vision ถึงแม้ชื่อจะเหมือนรายงานวิทยุ แต่เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้นำองค์กรจะนำพาองค์กรไปทิศทางใด บางบริษัทที่ดีอยู่แล้ว แม้เอา CEO ที่ไม่เก่งมาบริหารบริษัทก็อาจจะอยู่รอด แต่การขยายตัวทางรายได้กำไร อาจไม่น่าประทับใจ ทำไมผลตอบแทนของ CEO ในต่างประเทศมากมายเป็นระดับนักกีฬาระดับโลกได้ CEO ไม่ได้มีหน้าที่ออกทีวี วิทยุหรือหนังสือพิมพ์เท่านั้น เพราะบริษัทที่ดี ที่มี CEO ที่ดี หาทุน ตลาด ลูกค้า วัตถุดิบ พนักงาน ช่องทางการจำหน่าย ที่เหมาะสม จะเป็นสองแรงที่ช่วยเสริมกันได้ดี
- Catalyst ตัวเร่งรายได้ บริษัทโดยปกติจะเติบโตในระดับธรรมดาถ้าไม่มีตัวเร่ง ส่วนมากจะเติบโตใกล้เคียง 10 % แต่ในบริษัทที่มีตัวเร่งเช่น นักท่องเที่ยวทะลักสุวรรณภูมิ บ.ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะน่าสนใจจากที่โตตามธรรมชาติ 10% จะกลายเป็น 20-30% ได้อย่างง่ายดาย บริษัทอาจมีผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการแบบใหม่ ความนิยมของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นก็เป็นตัวเร่งได้ดี
4. จำเป็นต้องเจาะลึกจากรายงานประจำปี Opp day ข่าวบริษัท ข่าวเศรษฐกิจทั่วไป ธปท. BOI GDP ซึ่งต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์แยกแยะว่า บริษัทแบบไหนจะได้ประโยชน์ โดยปกติจะไม่มีรายละเอียดที่ตายตัว เพราะจะเปลี่ยนไปตามสภาวะการแข่งขัน สภาพเศรษฐกิจ แค่มีจุดร่วมที่ว่าบริษัทแบบใดจะได้ประโยชน์
Industry Trend อาจดูได้จากงบการเงิน รายงานประจำปี ของบริษัทอื่นๆที่ทำธรุกิจใกล้เคียงกัน ถ้าพบว่ามีหลายบริษัทที่เติบโตทิศทางเดียวกันแบบผิดปกติก็จะสามารถพบได้
1-4 ที่กล่าวมาเป็นลักษณะของบริษัทที่ดี ซึ่งเป็นผลลัพธ์ซึ่งเกิดมาจากคุณสมบัติของบริษัท หรือธรรมชาติที่บริษัทมีอยู่ ลักษณะคือผลลัพธ์ที่เกิดจากคุณสมบัติ ลักษณะที่ดีเกิดขึ้นมาได้เพราะคุณสมบัติที่ดีของบริษัท ในบางช่วงจังหวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว คุณลักษณะของบริษัทจะพบว่าไม่น่าสนใจ แต่คุณสมบัติของบริษัทจะสามารถคงสภาพที่ดีได้ต่อไป เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเติบโต บริษัทที่มีคุณสมบัติจะได้ประโยชน์ที่น่าสนใจเสมอ
คุณสมบัติของบริษัทที่ดีคือ ความได้เปรียบทางการแข่งขันแบบถาวร(Durable Competative Advantage ) ซึ่งมีองค์ประกอบหลากหลาย บางบริษัทมีหลายองค์ประกอบ บางบริษัทมีแค่ 1 อย่างก็สามารถสร้างความแตกต่างจากบริษัทที่ไม่มีได้อย่างมาก
- Monopoly ผูกขาด อาจเป็นการผูกขาดด้วยสัญญาจากรัฐ สัมปทาน หรือเทคโนโลยี เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าและบริการจำเป็นต้องใช้ของบริษัทนี้เท่านั้น บริษัทที่เป็นสาธารณูประโภคส่วนมากจะผูกขาด บริษัทที่สามารถขึ้นราคาขายโดยไม่มีประชาชนมาประท้วงจะเป็นบริษัทที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะขึ้นราคาขายเท่าไหร่ ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่าย
- Little competitive มีผู้แข่งขัน 2-3 ราย จะไม่พบว่ามีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ราคาสินค้าจะแพงเหมือนกันทุกๆราย
- Switching Cost ลูกค้าที่ใช้บริการอยู่ ถ้าต้องการซื้อของรายอื่นจะพบว่าตัวเองจะยุ่งยากในการเปลี่ยนระบบ Microsoft window เป็นตัวอย่างที่ดี ที่โปรแกรมจำนวนมากมีเฉพาะใน Windows เท่านั้น
- Network เครือข่ายของช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวาง การสต็อกสินค้าที่ใกล้กับแหล่งขาย จะสร้างความได้เปรียบ คงไม่ดีแน่ถ้าลูกค้าต้องการซื้อสินค้าซักชิ้นแล้วต้องขับรถ 20 นาทีเพื่อจะให้ได้สินค้า ทั้งนี้ก็รวม
- Economies of Scale การประหยัดจากขนาดผลิต เมื่อผลิตสินค้าจำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงจนทำให้กำไรที่ได้มากขึ้น ในมุมมองที่ลึกกว่าจะเป็นการลงทุนที่น้อยแต่ได้รายได้จำนวนมาก บริษัทที่มีคุณลักษณะนี้ส่วนมากจะพบว่ามีการ ซื้อหุ้นคืน(Buyback) เพราะกำไรที่ได้ไม่จำเป็นต้องเอาไปลงทุน การซื้อหุ้นคืนเป็นกิจกรรมที่นักลงทุนควรติดตาม บางบริษัทอาจไม่ต้องการขยายกิจการจึงเอาเงินมาซื้อหุ้นคืนใน ขณะที่กำไรของบริษัทก็ยังคงหดตัว เป็นเทคนิคทางการเงินที่ทำให้ดูเหมือน บริษัทมีความได้เปรียบที่ต่างจาก บริษัทใช้เงินลงทุนน้อยในขณะที่กำไรก็ยังเพิ่มขึ้น
- Unique of Product สินค้าที่ผลิตได้เจ้าเดียวซึ่งอาจผูกขาดด้วยเทคโนโลยี ต้นทุนหรือวัตถุดิบ ง่ายต่อการตั้งราคาขาย และสามารถตั้ง margin ได้สูงมากพอจะเอามาลงทุนโดยไม่ต้องสร้างหนี้สินเพิ่ม
- Barrier อุปสรรคป้องกันคู่แข่งเข้าสู่ตลาด ในธุรกิจที่กำไรสูงจะมีแรงจูงใจให้คู่แข่งเข้าสู่ตลาดเดียวกัน ถ้ามีผู้สนใจจำนวนมาก กลยุทธการลดราคาคงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ การป้องกันด้วยใบอนุญาต เครือข่ายจะช่วยคงกำไรให้อยู่ในระดับสูงได้ barrier มีส่วนคล้ายคลึงกับ monopoly
- Brand สินค้าที่ทำสภาพตลาดบน องค์ประกอบราคาที่สูงที่สุดไม่ใช่ วัตถุดิบ ค่าแรงหรือค่าออกแบบ แต่เป็นค่าความนิยมหรือ brand สินค้าที่สร้างมายาวนานด้วยการโฆษณา คุณภาพสินค้า กระแสสังคม ในบาง brand ราคาสินค้ามากถึง 70% ของราคาขาย brand ที่แข็งแกร่งจะเป็นสิ่งที่จูงใจลูกค้าอย่างมาก การตั้งราคาให้สูงจน ROE>80 ก็มีให้เห็นในบริษัทที่ได้เปรียบเหล่านี้ ตั้งราคาสูงแค่ไหนคนก็เข้าคิวซื้อ
การแยกแยะลักษณะบริษัทดี ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าบริษัทเหล่านั้นไม่ดีตลอดไปเป็นแต่เพียง ลักษณะที่จะส่งเสริมให้บริษัทมีผลตอบแทนที่น่าสนใจ และเติบโตต่อเนื่องในช่วงเวลานั้นๆ ถ้าคุณสมบัติเปลี่ยนจากบริษัท ที่ไม่เข้าเกณฑ์ก็จะกลับมาน่าสนใจได้ เช่นเดียวกับบริษัทที่ดี ก็เปลี่ยนแปลงได้เช่นกันต้องติดตามกิจการอย่างต่อเนื่อง
การใช้อัตราส่วนทางการเงินง่ายๆเช่น PE ต่ำ ,PBV<1, ROE สูง >15,Div>5%,PEG<1 คงไม่ได้บอกอะไรที่เกี่ยวกับบริษัทที่ดีนัก
การใช้อัตราส่วนทางการเงินง่ายๆเช่น PE ต่ำ ,PBV<1, ROE สูง >15,Div>5%,PEG<1 คงไม่ได้บอกอะไรที่เกี่ยวกับบริษัทที่ดีนัก
การจะแยกได้ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์มากกว่าการใช้แค่คณิตศาสตร์เปรียบเทียบ
ถ้าทดลอง ใช้ Ratio PE,PBV,ROE ที่ดีเปรียบเทียบธรรมดา ผลลัพธ์ที่ได้จะได้หุ้นกลุ่มนึงที่มีงบการเงินดูดีในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นไปตามกฏส่วนน้อย คือมีแค่ 10% ที่ดีจริงๆ ที่เหลือดีชั่วคราว คงไม่ดีถ้าต้องเปลี่ยนหุ้นที่ซื้อบ่อยๆ เพราะไปเหมาของดีและไม่ดีมา บริษัทที่ดีมีงบการเงินดีเสมอ บริษัทที่งบการเงินดีอาจเป็นบริษัทที่ไม่ได้ก็ได้
จากลักษณะ และคุณสมบัติของบริษัทที่ดีพบว่า มี ลักษณะเล็กน้อยที่อ่านได้ในงบการเงิน ที่เหลือส่วนมากต้องเจาะลึกใช้หลายช่องทางเพื่อให้ได้ข้อมูลเหล่านั้น
ลองนึกถึงการซื้อหุ้น 10 ตัวแล้วต้องมาไล่เรียง 10 กว่าหัวข้อเหล่านี้ และยังต้องดูคู่แข่งด้วยปัจจัยเดียวกันคงไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาเล็กน้อยแน่นอน ซื้อหุ้นจำนวนน้อยในสิ่งที่เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งจะทำให้ลดความผิดพลาดในปัจจัยทางคุณภาพได้ง่ายกว่ามีหุ้นจำนวน 10-20 เป็นแน่
อย่างไรก็ดี การแยกแยะเบื้องต้นที่สะดวกก็ยังคงต้องใช้งบการเงิน ที่มีลักษณะ 1-3 ถ้าผ่านจึงไปดูลักษณะ คุณสมบัติอื่นๆเพิ่มเติม บริษัทที่ 1-3 ดีไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป จำเป็นต้องดี 1-4 และมี Durable Competitive Advantage จึงจะดีและทนทานจริง
บริษัทดี =รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม หนี้สินน้อย เติบโตได้ต่อเนื่องยาวนาน
Value is what you get.
Warren Buffett
ถ้าทดลอง ใช้ Ratio PE,PBV,ROE ที่ดีเปรียบเทียบธรรมดา ผลลัพธ์ที่ได้จะได้หุ้นกลุ่มนึงที่มีงบการเงินดูดีในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นไปตามกฏส่วนน้อย คือมีแค่ 10% ที่ดีจริงๆ ที่เหลือดีชั่วคราว คงไม่ดีถ้าต้องเปลี่ยนหุ้นที่ซื้อบ่อยๆ เพราะไปเหมาของดีและไม่ดีมา บริษัทที่ดีมีงบการเงินดีเสมอ บริษัทที่งบการเงินดีอาจเป็นบริษัทที่ไม่ได้ก็ได้
จากลักษณะ และคุณสมบัติของบริษัทที่ดีพบว่า มี ลักษณะเล็กน้อยที่อ่านได้ในงบการเงิน ที่เหลือส่วนมากต้องเจาะลึกใช้หลายช่องทางเพื่อให้ได้ข้อมูลเหล่านั้น
ลองนึกถึงการซื้อหุ้น 10 ตัวแล้วต้องมาไล่เรียง 10 กว่าหัวข้อเหล่านี้ และยังต้องดูคู่แข่งด้วยปัจจัยเดียวกันคงไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาเล็กน้อยแน่นอน ซื้อหุ้นจำนวนน้อยในสิ่งที่เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งจะทำให้ลดความผิดพลาดในปัจจัยทางคุณภาพได้ง่ายกว่ามีหุ้นจำนวน 10-20 เป็นแน่
อย่างไรก็ดี การแยกแยะเบื้องต้นที่สะดวกก็ยังคงต้องใช้งบการเงิน ที่มีลักษณะ 1-3 ถ้าผ่านจึงไปดูลักษณะ คุณสมบัติอื่นๆเพิ่มเติม บริษัทที่ 1-3 ดีไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป จำเป็นต้องดี 1-4 และมี Durable Competitive Advantage จึงจะดีและทนทานจริง
บริษัทดี =รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม หนี้สินน้อย เติบโตได้ต่อเนื่องยาวนาน
Value is what you get.
Warren Buffett
Data Source : http://stocktutors.blogspot.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






