แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวางแผนการเงิน การลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวางแผนการเงิน การลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

19 พฤษภาคม 2560

THAILAND ECONOMIC ในรอบ 10 ปี

ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)
ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP) ในประเทศไทยมีมูลค่า 395.17 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015 มูลค่า GDP ของประเทศไทยคิดเป็น 0.64% ของเศรษฐกิจโลก GDP ในประเทศไทยมีมูลค่าเฉลี่ย 111.46 พันล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ปีพ. ศ. 2503 จนถึงปีพ. ศ. 2535 ซึ่งสูงถึง 419.89 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีพ. ศ. 2556 และต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 2.76 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีพ. ศ. 2503

source: tradingeconomics.com

อัตราการเติบโตของ GDP ในประเทศไทย (Thailand GDP Growth Rate)
ศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 1.3 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 0.5 ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อยที่ขยายตัว 1.2% เป็นไตรมาสที่เติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2555 ส่วนใหญ่มาจากการบริโภคและการส่งออก อัตราการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยจากปี พ. ศ. 2536 จนถึงปีพ. ศ. 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงถึง 9.60 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสแรกของปี 2555 และต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ -6.30 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สี่ของปี 2554

source: tradingeconomics.com

อัตราการเติบโตของ GDP รายปี (Thailand GDP Annual Growth Rate)
GDP ของไทยขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในไตรมาสที่แล้วของปี 2017 เทียบกับที่ขยายตัว 3.0% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2016 และสูงกว่าความคาดหวังของตลาดที่ขยายตัว 3.2% เล็กน้อย เป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อัตราการเติบโตของ GDP ประจำปีในประเทศไทยอยู่ที่ 3.68 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปีพ. ศ. 2560 ซึ่งสูงถึง 15.30 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สี่ของปี 2555 และต่ำที่สุดถึง -12.50 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สองของปี 2541
source: tradingeconomics.com

อัตราแลกเปลี่ยน (Thai Baht)
ในอดีตเงินบาทมีค่าสูงสุด 55.50 บาทต่อ 1 USD ในเดือนมกราคม 2541 และต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 20.36 บาทต่อ 1 USD ในเดือนกรกฎาคม 2524

source: tradingeconomics.com

อัตราการว่างงาน (Thailand Unemployment Rate)

source: tradingeconomics.com

หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี (Thailand Households Debt To GDP)

source: tradingeconomics.com

ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย (Thailand House Price Index)

source: tradingeconomics.com

ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค (Thailand Consumer Confidence)

ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค (Consumer Confidence Index) เปนดัชนีที่ใชวัดหรือประเมินความรูสึกของผูบริโภคเกี่ยวกับภาวะการจางงานในปจจุบันและอนาคต รายไดที่คาดวาจะไดรับในอนาคต ภาวะเศรษฐกิจในปจจุบันและอนาคต การประเมินความรูสึกของผูบริโภคในดานตางๆซึ่งมีผลกระทบตอ ระบบเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของผูบริโภคสามารถบอกแนวโนม การวางงาน อัตราเงินเฟอ หรือเงินฝด ตลอดจนขนาดของรายไดที่แทจริงไดซึ่งจะชวยใหรัฐบาลสามารถแกไขปญหาเศรษฐกิจไดใกลเคียงกับความจริงไดมากที่สุด


source: tradingeconomics.com

16 พฤษภาคม 2560

13 นิสัยที่คนรวย (แบบสร้างเนื้อสร้างตัวเอง) มีเหมือน ๆ กัน

คัดลอกมาจาก https://thailandinvestmentforum.com/2016/03/21/13habits_of_rich/

คนธรรมดา ๆ ที่ใช้สมองและสองมือ และสร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็น “คนรวย” ได้เองนั้น เค้ามีคุณสมบัติหรือทัศนคติที่เหมือนกันอย่างไร ? คำถามนี้น่าสนใจ เพราะคนธรรมดาอย่างเรา ๆ จะได้นำมาปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางความสำเร็จตามไปได้ อย่างน้อยก็ใกล้ขึ้นอีก 1 ก้าว

Thomas C.Corley ผู้เขียนหนังสือ “Rich Habits: The Daily Success Habits of Wealthy Individuals” ได้ใช้เวลากว่า 5 ปีในการศึกษาทัศนคติคนรวยที่สร้างเนื้อสร้างตัวเอง (ไม่ได้ถูกหวยชุดใหญ่ ไม่ได้มีมรดกกองโต) จำนวนเกือบ 200 คน จึงค้นพบว่า มีคุณสมบัติร่วม 13 ประการที่คนรวยสร้างเอง มีเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือ
1. คนรวยสร้างเอง อ่านหนังสือเป็นประจำ | 88% ของคนรวย อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน และเป็นการอ่านเพิ่มความรู้เพื่อเอาไปใช้ต่อยอด ไม่ได้อ่านหนังสือหมวดบันเทิง
2. คนรวยสร้างเอง ออกกำลังกายเป็นประจำ | 76% ของคนรวย ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เพราะเขารู้ว่าการออกกำลังกายไม่ได้ดีต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สมองตื่นตัวอีกด้วย
3. คนรวยสร้างเอง เข้าสังคมกับคนแบบเดียวกัน | ซึ่งคนแบบเดียวกัน หมายถึง คนที่มีเป้าหมาย มองโลกด้านบวก มีความกระตือรือล้น … จะว่าพวกเขาเลือกคบก็ได้ แต่เพราะพวกเขารู้ว่าเวลามีจำกัด จะคบทุกคนทุกเวลาไม่ได้ แถมการคบคนที่คิดลบ ช่างนินทาแต่ไม่ลงมือทำ ก็กลับจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจ … และหากเราอยากจะอยู่ในสังคมคนรวยสร้างเอง จริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องรวยก่อนก็ได้ แค่เราต้องมีพื้นฐานทัศนติด้านบวก มีแนวคิดก้าวหน้า และมีความรู้จริง แบบนี้ใคร ๆ ก็อยากคุยด้วย อยากทำธุรกิจด้วย
4. คนรวยสร้างเอง พุ่งชนเป้าหมาย | คนที่มีเป้าหมาย และมุ่งหน้าเดินสู่เป้าหมายอย่างไม่ท้อ ล้มแล้วก็ลุก ต่อให้เดินไปได้ก้าวสองก้าวแล้วล้ม ก็ลุกมาเดินต่อ สุดท้ายจะก็ไปถึงเป้าหมายได้ และคนรวยสร้างเอง จะตั้งเป้าหมายส่วนตัว ไม่เอาชีวิตของคนอื่นมาลอกเป็นเป้าหมายของเขา
5. คนรวยสร้างเอง ตื่นเช้า | คนรวยเกือบ 50% มีเวลาตอนเช้ามืดอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำงานจริง (เช่น เริ่มงาน 8 โมง ก็ตื่นตี 5) เพราะตื่นเร็วกว่า ก็มีเวลาคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่า กลายเป็นว่าคนตื่นเช้า สามารถ “ควบคุม” ปัจจัยเวลาได้ ส่วนคนที่ตื่นสาย ทำอะไรช้า ก็จะถูกเวลาไล่กวดอยู่เสมอ
6. คนรวยสร้างเอง มีแหล่งรายได้หลายทาง | 65% ของคนรวย (ในกลุ่มที่ทำการศึกษา) ไม่ได้มีรายได้จากแหล่งเดียว แต่มีจาก 3 ช่องทางเป็นอย่างน้อย อย่างเช่น บ้านหรือคอนโดให้เช่า กำไรและเงินปันผลจากหุ้น และการร่วมหุ้นทำธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่โต ใช้เงินมากเกินตัว แต่สามารถค่อย ๆ ริเริ่มลองทำและต่อยอดขยับขยายไปเรื่อย ๆ
7. คนรวยสร้างเอง แสวงหาที่ปรึกษาของชีวิต (Mentors) | ซึ่ง Mentor ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอายุมากกว่ามาก ๆ แต่สามารถเป็นเพื่อนที่มีประสบการณ์ในบางด้านมากกว่า เคยทำบางอย่างสำเร็จมาก่อน และ Mentor ไม่ได้ช่วยพัฒนาชีวิตคนรวยในด้านธุรกิจหรือการเงินเท่านั้น ยังช่วยให้ชีวิตส่วนตัวมีความสุข ผ่านพ้นปัญหาหลายรูปแบบที่ยาก ๆ ได้ .. คือคนรวย จะไม่คิดเองทำเองด้วยตัวคนเดียว แต่ยินดีให้คนมาช่วยคิดช่วยแนะนำสิ่งดี ๆ อยู่เสมอ
8. คนรวยสร้างเอง คิดบวก | Corley (ผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้) ย้ำว่าการคิดบวกเป็นสุดยอดปัจจัยสู่คามสำเร็จของคนรวยสร้างเอง “ทุกคน” … ซึ่งปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ ไม่ค่อยจะสำรวจจิตใจตัวเอง ว่าเป็นคนคิดลบหรือคิดบวก ซึ่งคนรวยจะมีความรู้สึกตัวตนอยู่เสมอ ว่าไม่จะปล่อยให้ตัวเองตกลงไปในหลุมของการคิดลบ
9. คนรวยสร้างเอง ไม่เห่อตามกระแสมหาชน | แต่คนรวยจะสร้างกระแสของตัวเองขึ้นมา และชักชวนคนรอบข้างให้เดินตาม
10. คนรวยสร้างเอง มีมารยาทดี ทำตัวเหมาะสม | คนรวยรู้ว่าในโอกาสไหนควรทำอะไร เช่น ส่งจดหมายขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือ กล่าวแสดงความยินดีเมื่อเพื่อนประสบความสำเร็จ ร่วมโต๊ะอาหารอย่างสำรวม และแต่งตัวเหมาะสมไม่น้อยเกินและไม่มากเกิน (อะไรที่เกินพอดี คือ ไม่ดี) ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะเขารู้จักใจเขาใจเรา รู้ว่า “We are all humans” คือทุกคนมีชีวิตจิตใจ ต้องการกัลยาณมิตร และการจะให้คนอื่นรู้ว่าเราคือกัลยาณมิตร คือต้องแสดงออก ไม่ใช่แค่คิดในใจ … ลองคิดดูว่ามีคนแสดงให้เรารู้ ว่าเขารู้สึกดีกับเรา ขอบคุณเรา ชื่นชมเรา เราก็คงยินดีเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนคิดดีกับเราหมด แต่ไม่เคยบอก ไม่เคยแสดงออก เราจะไม่รู้แต่แรกเลยด้วยซ้ำ ว่าเรามีคนแบบนี้อยู่รอบตัว
11. คนรวยสร้างเอง ยินดีช่วยคนอื่นให้สำเร็จไปด้วย | ซึ่งคนรวยสร้างเอง ก็จะรู้จักเลือกช่วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่แบบเล่นพรรคเล่นพวกล้วน ๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัวขั้นรุนแรง แต่เพราะเขารู้ว่า ไม่สามารถช่วยทุกคนทุกเวลาได้ เพราะแบบนั้น ก็จะไม่มีเวลาไปช่วยคนที่มีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จ ผลงานโดยรวมก็จะออกมากลาง ๆ หรือต่ำ เพราะถ้าช่วยเหมาเข่ง คนเก่งก็จะได้รับเวลา/ทรัพยากรไม่มากพอ ส่วนคนที่กลาง ๆ เบ ๆ ต่อให้ช่วยมากเท่าไร เขาก็ไปได้แค่นั้น
12. คนรวยสร้างเอง ให้เวลากับตัวเองในการคิดใคร่ครวญ | คนรวยสร้างเอง จะใช้สมองคิดใคร่ครวญการงานต่าง ๆ เงียบ ๆ คนเดียว อย่างน้อย 15 นาทีทุกวัน ซึ่งเรื่องที่คิดไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงินทองธุรกิจล้วน ๆ แต่เขายังคิดเรื่องการวางแผนชีวิตโดยรวม และการดูแลสุขภาพเช่นกัน
13. คนรวยสร้างเอง ชอบฟังเสียงสะท้อนจากผู้คน | แม้แต่คนที่รวยแล้ว ก็ไม่ได้คิดถูกทำถูกทุกเรื่องทุกครั้ง และเขารู้ว่าถ้าไม่เปิดใจรับฟังความเห็นก็ไม่มีทางรู้ตัว (ได้อย่างทันท่วงที) ว่าอะไรกำลังผิดทาง อะไรที่คนไม่ชอบ … เขาจึงแสวงหาความเห็นจากคนรอบข้าง ทั้งเพื่อน คู่ค้า และลูกค้า แล้วถ้าฟังแล้วมีเหตุผลจริงก็ยอมรับ พร้อมกับเอามาปรับปรุงให้การงานต่าง ๆ กลับเข้าเส้นทางที่ถูกต้อง … ส่วนคนที่กลัวความเห็นจากคนอื่น ก็เสี่ยงมากที่จะล้มทั้งยืน เพราะไม่รู้ตัว/รู้ช้า ว่ากำลังเดินลงเหว (และส่วนใหญ่ก็จะเดินลงเหว — คนรวยก็สามารถหลงเดินไปเส้นทางที่พาไปลงเหวได้เช่นกัน แต่เค้ารับฟังเสียงเตือน ว่านั่นน่ะผิดทาง)
อย่างที่บอกไว้แต่แรก ว่าคนรวยสร้างเอง ก็เกิดมาเป็นคนธรรมดา แต่ด้วยทัศนคติที่ใช่ และการกระทำที่ใช่ (ผ่านการต่อสู้ฝ่าฟัน และปรับตัว) คนธรรมดาก็รวยได้ สำเร็จได้ … ด้วยตัวเอง
และถ้าเราเชื่อว่า ทัศนคติที่ใช่นั้น “สร้างได้” ไม่ต้องลุ้นให้มีติดตัวมาแต่เกิดแบบพรสวรรค์ … เราก็สามารถสร้างทัศนคติที่ใช่ของเราเองได้เช่นกัน
• เนื้อหาต้นทาง (เสริมประเด็นและอธิบายเพิ่มโดย TIF): businessinsider.com
 ภาพประกอบ: Ted.com (เป็นคลิปที่ Bill Gates และภรรยาไปพูดเรื่องการบริจาคเงินและลงแรงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม)

21 มีนาคม 2557

10 นิสัยของคนไม่มีหนี้



ไม่ว่าท่านจะคิดจะปลดหนี้ปีนี้หรืออีกยาวไกล บทความนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านบ้างไม่มากก็น้อย ลองมองหาคนที่ไม่มีหนี้ที่ท่านรู้จัก อาจจะเป็นเพื่อน พี่น้องหรือเพื่อนร่วมงาน คนกลุ่มนี้มักจะมี 10 นิสัยคล้ายๆกันเหล่านี้ ที่กำลังจะพูดถึง ซึ่งท่านน่าจะสามารถลอกเลียนแบบนิสัยเหล่านี้ไปใช้กันได้


1. พวกเขาจะสนใจในรายละเอียดการใช้จ่าย
ท่านอาจจะไม่ได้สังเกตรายการใช้จ่ายของค่าฟิตเนสที่อยู่ๆก็โผล่มาได้ หากท่านไม่ได้ตรวจใบแจ้งหนี้อย่างละเอียด คนที่ไม่ค่อยจะได้ตรวจติดตามการใช้ง่ายเงินส่วนตัวของเค้าอย่างใกล้ชิด คนกลุ่มนี้มักจะเสียเงินโดยที่ลืมไปจ่ายและเสียค่าปรับเนื่องจากจ่ายเกินกำหนด ท่านก็สามารถเป็นคนที่สนใจในรายละเอียดได้ เพียงแค่เริ่มต้นเลยตอนนี้ พยายามตรวจสอบใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตทุกๆเดือน ถัดมาก็ตรวจสอบการใช้จ่ายทุกอย่างของท่านต่อๆไป แล้วก็เปรียบเทียบกับรายได้ของท่าน หาหนทางลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น ในหนึ่งปีให้กลับมาเช็คบ้างว่า การใช้บัตรเครคิตยังคงอยู่ในรูปแบบที่วางไว้


2. พวกเขารู้จักตัวเองดี
ผู้คนที่ไม่มีหนี้ชอบที่จะค้นคว้าหาข้อมูล พวกเขาอาจจะจ้างบัญชี แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแค่เซ็นต์ๆเอกสาร พวกเขาจะตรวจสอบอย่างดี หากท่านต้องการจะควบคุมการเงินของท่าน ท่านต้องเรียนรู้เรื่องบัญชีไว้ มันอาจจะรู้สึกวุ่นวายอยู่บ้าง แต่หากท่านเข้าใจมันแล้วท่านก็จะรู้สึกปลอดภัยกับอะไรที่จะเกิดขึ้นกับเงินของท่านในเวลาที่ท่านมีปัญหาเกิดขึ้น


3. พวกเขาแสร้งทำตัวมีรายได้น้อย
ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นหนี้อยู่ก็ตาม ท่านก็สามารถที่จะปรับสถานการณ์ของท่านให้ดีขึ้นได้ทันทีด้วยการเปลี่ยนมุมมองต่อเงินของท่าน ลองจินตนาการว่าท่านมีรายได้น้อยลง 10%, 25% หรือแม้แต่ 50% จากที่ท่านหามาได้ ให้ท่านคำนวณการใช้จ่ายโดยใช้ฐานนี้ เริ่มแรกมันอาจจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่ให้ลองเริ่มด้วยลดการใช้จ่ายลงมา คนที่ไม่มีหนี้นั้นใช้ชีวิตอยู่ด้วยการใช้จ่ายน้อยกว่าที่หามาได้เสมอ ทำให้คนเหล่านี้สามารถที่จะนำเงินไปซื้อบ้าน เกษียณ และใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างความอิสระทางการเงินให้ท่าน ทำให้โอกาสในอนาคตของท่านเปิดกว้าง


4. พวกเขามองการไกล
มื่อการโฟกัสไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดมากนัก คุณอาจจะยังมีวิธีอื่นที่ฉลาดกว่า แน่นอนว่าถ้าได้รองเท้าใหม่เอาไว้ไปเที่ยวคราวหน้าก็จะดี แต่ลองคิดดูว่าถ้าซื้อรองเท้าใหม่แล้วจะช่วยให้เป้าหมายทางการเงินระยะยาวเราดีขึ้นหรือเปล่า ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรซื้อรองเท้าใหม่ แต่มันหมายความว่าท่านควรจะประหยัดและเก็บเงินเพื่อซื้อมัน สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มเวลาให้ท่านคิดมากขึ้น ว่าท่านต้องการมันจริงๆหรือแค่แว้บชอบ จะทำให้ช่วยลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ดี


5. พวกเขาไม่เขินอายที่จะถาม
ถามเพื่อขอความช่วยเหลือ ถามเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ถามเพื่อไม่ให้ถูกปรับหากจ่ายช้าไปแค่งวดเดียว คนที่ไม่มีหนี้นั้นจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน พวกเค้าเหล่านั้นไม่ยอมเสียเปรียบเรื่องข้างต้นที่กล่าวมา ถ้าท่านรู้จักใครที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน ท่านก็ไม่ควรจะอายที่จะถามว่าเค้าคนนั้นทำอย่างไร


6. พวกเขาเก็บเงินเป็น


ไม่ว่าท่านจะได้โบนัสมาหรือได้มรดกมา ท่านควรที่จะคิดให้รอบคอบก่อนที่จะใช้จ่ายเพื่อตัวท่านเอง รวมถึงค่าใช้จ่ายประจำทั่วไปของท่าน ท่านทราบดีอยู่แล้วว่าต้องจ่ายค่าเช่าหรือค่างวดบ้าน บัญชีออมทรัพย์ก็ต้องปฏิบัติแบบเดียวกัน คือเก็บให้เป็นประจำ ถ้าให้ดีก็ทำให้โอนเข้าบัญชีอัตโนมัติ คนที่ไม่มีหนี้คิดอยู่เสมอว่าเงินเล็กน้อยในวันนี้จะทำให้คุณเป็นอิสระทางการเงินในอนาคต


7. พวกเขากำหนดเป้าหมาย
ท่านอาจจะรู้สึกไม่ค่อยอยากจะใช้เงินถ้าท่านกำหนดว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร อย่างเช่น ท่านอาจจะมีเป้าหมายชัดเจนในการเก็บเงินเพื่อไปท่องเที่ยว หรือ เก็บเพื่อเกษียณจากงาน คนที่ไม่มีหนี้จะกำหนดเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการทำให้เป้าหมายบรรลุได้ง่ายขึ้น การกำหนดเป้าหมายทำให้ท่านอยู่ในเส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมายให้ได้ การเกษียณจากงานอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับคนอายุน้อยๆ เพราะยังดูเป็นเป้าหมายที่ห่างไกลเกินไป แต่ลองนึกถึงข้อดีต่างๆ หากท่านสามารถเกษียณอายุได้เร็วขึ้น ถ้าเป็นเป้าหมายเรื่องท่องเที่ยว ลองจินตนาการสถานที่ต่างๆที่ท่านจะได้ไป ตอนนี้เป้าหมายของท่านก็เริ่มจะเฉพาะเจาะจงมากขึ้นแล้ว


8. พวกเขารู้จักปฏิเสธ
ท่านอาจจะถูกเพื่อนๆชวนให้ไปปาร์ตี้ดื่มกิน ทานข้าวเที่ยง ข้าวเย็นราคาแพงกับเพื่อนๆ ท่านจะต้องรู้จักที่จะปฏิเสธให้เป็น คนที่ไม่มีหนี้นั้นรู้จักที่จะปฏิเสธการใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆที่ไม่จำเป็น ซึ่งเล็กๆน้อยๆนี้รวมๆกันแล้วกลายเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตท่านจืดชืด น่าเบื่อ หมดสนุก แทนที่จะไปกินร้านหรู ก็หันมาหาอะไรมากินที่บ้านหรือที่คอนโด ลองทำบาร์บีคิวสังสรรค์แบบง่ายๆก็ได้ ทั้งสนุก ประหยัดและมีความสุขเช่นกัน นัดเจอเพื่อนฝูงที่สวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายตามสวนสาธารณะต่างๆ ก็น่าจะดีกว่าเสียเงินเข้าฟิตเนสกับเพื่อนๆราคาหลายหมื่นต่อปี ร่างกายก็แข็งแรงได้เหมือนกัน


9. พวกเขารู้จักคุณค่าของเงิน
คนที่ไม่มีหนี้นั้นรู้จักคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ …ใช่เพราะว่าพวกเขานั้น “เห็นเงินสด” หากท่านเห็นแค่ตัวเลข ไม่เห็นตัวเงินจริงๆ มักจะทำให้คุณจ่ายเงินออกไปง่าย การได้สัมผัสจับเงินสดๆจริงๆ จะทำให้ท่านได้สัมผัสความรู้สึกจริงในการจับจ่ายใช้สอย ท่านได้เห็นว่าเงินได้หายไปกับตา หายไปจากมือ ลองหันมาใช้เงินสดสักพัก และดูความเปลี่ยนแปลงในการตัดสินใจซื้อของของท่าน


10 พวกเขาให้คุณค่ากับประสบการณ์มากกว่าวัตถุที่จะได้รับ
คนที่ไม่มีหนี้นั้นพวกเขาจะไม่โฟกัสไปยังสิ่งของ พวกเขาให้คุณค่ากับประสบการณ์การใช้งานมากกว่าการมีสิ่งของใหม่ล่าสุด คนทั่วไปนั้นมักจะหาอะไรแพงๆมาปรนเปรอครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่นั่นเป็นทางเลือกของท่านที่จะทำหรือไม่ทำ หากท่านต้องทำโอที ทำงานพิเศษเพิ่ม เพื่อหาเงินแล้วไปกินอะไรหรูๆแพงๆกับครอบครัว ท่านลองคิดใหม่ดูให้ดี จะดีกว่ามั้ยถ้าหากเราทำงานน้อยลง แต่หาอะไรเป็นมื้อเล็กๆกินกับครอบครัว แต่กินได้บ่อยขึ้น


การที่จะไม่มีหนี้นั้น ท่านจะต้องกำจัดอุปนิสัยที่ไม่ดีทั้งหลายของท่านออกไป และแทนที่ด้วยนิสัยใหม่ๆดังกล่าวข้างต้น มีเป้าหมายมากขึ้น ใช้นิสัยของคนเหล่านั้นที่ไม่มีหนี้ให้มาเป็นแรงบันดาลใจของท่าน




ที่มา: http://blog.credit.com/2014/02/10-characteristics-of-debt-free-people-75230/
แปล: http://hackerlife.in.th/10-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89/